แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โลกออนไลน์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

"ขายเพื่อน" ในเฟซบุ๊ก ธุรกิจ (มืด) บนโลกออนไลน์

"ขายเพื่อน" ในเฟซบุ๊ก ธุรกิจ (มืด) บนโลกออนไลน์
ความแรงของ "เฟซบุ๊ก" และฟีเจอร์การเชื้อเชิญเพื่อนเข้ามาอยู่ในเครือข่ายของตน ทำให้บริษัทการตลาดหัวใสจากออสเตรเลีย คิดค้นเครื่องมือด้านการตลาดใหม่ โดยการ "ขายเพื่อน" จำนวนครั้งละหลายๆ พันรายแก่ลูกค้าที่ต้องการ

เอพีรายงานว่า เครื่องมือทางการตลาดรูปแบบใหม่นี้ถูกพัฒนาโดยบริษัท "uSocial" มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ลูกค้าทั้งองค์กรธุรกิจ, เซ เลบริตี้ หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการขยายเครือข่ายสังคมของตนให้มากขึ้นเข้ามาใช้ บริการ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทที่เข้ามาสามารถรวบรวมแฟนๆ เพื่อพูดคุยสื่อสารกับผู้ใช้งาน หรือสร้างการยอมรับเกี่ยวกับธุรกิจ หรือความคิดต่างๆ ผ่านทางชุมชนออนไลน์

uSocial.net เสนอแพ็กเกจขายเพื่อนในเฟซบุŠกให้กับลูกค้าในราคา 177 ดอลลาร์ สำหรับเพื่อน 1,000 คน ขณะที่ 5,000 คน ซึ่งเป็นจำนวนเพื่อนสูงสุดที่สามารถมีได้ในเฟซบุ๊กถูกเสนอขายในราคา 727 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันมีโปรโมชั่นเพียง 654.30 ดอลลาร์ ถึงกลางเดือนกันยายนนี้

แต่ถ้าหากลูกค้าสนใจอยากหาแฟนคลับในหน้า "fan" บนเฟซบุ๊กซึ่งไม่จำกัดจำนวนเพื่อน บริษัทก็มีขายพร้อมรายชื่อจำนวน 1,000 ชื่อ ในราคา 177 ดอลลาร์ และ 10,000 รายชื่อ ในราคา 1,167 ดอลลาร์

"ลีออน ฮิล" หนุ่มวัย 24 ปี ผู้ก่อตั้ง uSocial กล่าวว่า ธุรกิจและลูกค้าหลายๆ รายต้องการซื้อฐานข้อมูลของลูกค้าที่มีศักยภาพในการเป็นลูกค้าในอนาคต

"เราจะมองกลุ่มเป้าหมายหลักไปที่เพื่อน หรือ fan ที่อยู่บนเฟซบุ๊ก ที่ตอบ "ตกลง" รับข้อมูลข่าวสารบนชุมชนแห่งนี้"

เขา ยังกล่าวด้วยว่า ธุรกิจหลายแห่งมีความสนใจในบริการของเขา เพราะตอนนี้คนทำธุรกิจต่างรู้ว่าเว็บไซต์เครือข่ายทางสังคม สามารถสร้างกระแสข่าวให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ต่ำแต่มีประสิทธิภาพมากกว่าโฆษณาทางออนไลน์ หรือแม้แต่การโฆษณาแบบเดิมๆ

การทำงานของ uSocial คือ จะล็อกอินเข้าสู่หน้าประวัติส่วนตัวของลูกค้า หรืออาจจะสร้างขึ้นมาใหม่ จากนั้นจะค้นหากลุ่ม เป้าหมายที่มีความเหมาะสมและตรงตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อส่งคำร้องขอเป็นเพื่อน อย่างไรก็ตามเพื่อนที่ได้รับการเชื้อเชิญมีสิทธิ์ที่จะตอบรับหรือไม่ก็ได้

แต่ทั้งนี้ภายในคำขอนั้นจะไม่มีกล่าวถึง uSocial และ กระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งหมดล้วนเกิดขึ้นจากการทำงานด้วยสองมือ โดยฮิลอ้างว่าเพราะการทำงานด้วยมือนั้น ทำให้คอมพิวเตอร์ไม่คิดว่าเป็นสแปมที่ส่งมารบกวน

การกระทำของ uSocial ถือว่ากระตุกหนวดเฟซบุ๊กพอสมควร แม้ว่าฮิลจะอธิบายว่า เขาไม่ได้ต้องการที่จะสร้างความ ระคายเคืองกับบริการของเฟซบุ๊กก็ตาม

"บาร์รี่ ซิคนิตต์" โฆษกจากเฟซบุ๊ก กล่าวว่า "uSocial ทำ ให้เกิดการเบี่ยงเบนจากความพยายามของเฟซบุ๊กที่ต้องการสนับสนุนความน่าเชื่อ ถือให้เกิดขึ้น ดังนั้นการซื้อและการขาย หรือการกระทำใดๆ ที่ส่งผลต่อผู้ใช้งาน เราจะไม่ยอมรับ และเป็นสิ่งที่เราไม่ได้อนุญาต"

ปัจจุบันเฟซบุ๊กกำลังดำเนินการสืบสวนการกระทำของ uSocial โดย การออกประกาศเตือนว่า บริษัทการตลาดของออสเตรเลียได้ละเมิดเงื่อนไขการรับบริการ เพราะเข้าไปในแอ็กเคานต์ของผู้อื่น หรือใช้พาสเวิร์ดของผู้อื่น นอกจากนี้หากพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ๊กละเมิดเงื่อนไขการรับบริการหรือซื้อเพื่อน จากบริษัทการตลาดออนไลน์ ทางเฟซบุ๊กจะดำเนินการต่างๆ ทันที ซึ่งรวมถึงการระงับการใช้แอ็กเคานต์อย่างถาวร

"เดบราห์ โอว วิลเลียมสัน" นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย eMarketer กล่าวว่า การทำของ uSocial ส่วนหนึ่งทำให้เกิดความน่าสงสัย แต่อีกด้านหนึ่งจะช่วยเพิ่มการปรากฏของบริษัทต่างๆ อยู่บนสื่อเครือข่ายสังคมได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

แต่ ทั้งนี้การกระทำลักษณะดังกล่าว อาจจะสร้างความรำคาญให้กับผู้เล่นเฟซบุ๊ก หรือบุคคลที่อาจจะเป็นลูกค้าของสินค้านั้นในอนาคตได้ ถ้ากลุ่มเป้าหมายกับธุรกิจนั้นไม่เหมาะสมกัน ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปี uSocial ได้เขย่าวงการออนไลน์ ด้วยข้อเสนอที่คล้ายคลึงกันแก่ผู้ใช้บริการทวิตเตอร์ที่ต้องการเพิ่มจำนวนผู้ตาม หรือสาวก (followers) และคิดเป็น ราคาแพ็กเกจลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ปลายปี 2008 ที่ uSocial เปิดให้บริการครั้งแรกนั้น ได้เปิดบริการขาย "โหวต" ให้กับลูกค้าผ่านเว็บไซต์ Digg.com โดยคิดค่าบริการเกือบ 100 ดอลลาร์ สำหรับการโหวต 100 ครั้ง เพื่อให้ตำแหน่งของข่าวในเว็บสูงขึ้น แต่หากต้องการ 1,000 โหวต ต้องจ่ายถึง 700 ดอลลาร์เลยทีเดียว

ท้ายสุด Digg.com ได้ออกคำสั่งให้ uSocial หยุดการกระทำดังกล่าว โดยบอกว่าเป็นการละเมิดนโยบายของบริษัท แต่ทั้งนี้ uSocial อ้าง ว่า เพราะเขามีลูกค้าจำนวนมากเกินไปจนไม่สามารถรับมือกับความต้องการที่มี จึงต้องหยุดให้บริการ แต่บริษัทจะกลับมาอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับซอฟต์แวร์ใหม่ที่มีความสามารถในการ โหวตมากกว่าเดิม

ที่มาของบทความ www.wiseknow.com

ภัยร้ายโลกออนไลน์

ภัยร้ายโลกออนไลน์
คุณเชื่อหรือไม่ว่าทุกวินาทีที่คุณกำลังออนไลน์ผ่านอุปกรณ์และเครือข่าย ต่างๆ คุณกำลังตกเป็นเหยื่อของการโจมตีจากภัยร้ายรูปแบบต่างๆ อย่างในช่วงเทศกาลวันหยุดและปีใหม่ที่ผ่านมา หลายคนคงเร่งรีบจับจ่ายใช้สอยเพื่อซื้อของขวัญให้กับคนใกล้ชิด นอกจากนั้น บางคนอาจเลือกความสะดวกสบายและความรวดเร็วด้วยการเลือกซื้อของผ่านทางออ นไลน์ เพราะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) พบว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยกว่า 13 ล้านคน นอกจากนั้นแล้ว จากผลการสำรวจของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พบว่าธุรกิจการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ หรืออี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยในปี 2549 มียอดขายถึง 305,159 ล้านบาท ในขณะเดียวกัน ยอดขายของผู้ประกอบการแบบทำธุรกรรมกับผู้บริโภค (B2C) ก็มีสูงถึง 47,501 ล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าปัจจุบันมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต และผู้ที่ทำธุรกรรมผ่านทางอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยอยู่เป็นจำนวนมาก

หน่วย งานรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต (Internet Security Systems-ISS) ของไอบีเอ็ม ได้เตือนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งที่เป็นผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจให้ระมัด ระวังความเสี่ยงทางด้านออนไลน์ต่างๆ 5 ประการ ประกอบด้วย

1. สแปมเมลระลอกใหม่ที่มีโค้ดอันตรายซ่อนอยู่ ในช่วงปีที่ผ่านมา ทีมงานฝ่ายวิจัยด้านความปลอดภัย เอ็กซ์-ฟอร์ซ ของไอบีเอ็มได้มีการตรวจพบโค้ดอันตรายหรือมัลโค้ด (Malcode) ที่มีลักษณะแอบแฝงเพิ่มมากขึ้น โดยโค้ดดังกล่าวมักจะมาในรูปแบบของอีเมลที่หลุดรอดการตรวจจับจากซอฟต์แวร์ รักษาความปลอดภัยของผู้ใช้ เช่น โปรแกรมป้องกันไวรัส ไฟร์วอลล์ ฯลฯ เป็นต้น โดยมัลโค้ดดังกล่าวมุ่งทำให้เกิดช่องโหว่ในคอมพิวเตอร์ที่ถูกโจมตี ซึ่งหลังจากที่มัลโค้ดดังกล่าวได้โจมตีและฝังตัวอยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่อง นั้นแล้ว คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะตกอยู่ภายใต้การควบคุมระยะไกลของอาชญากร

สำหรับ ช่วงเทศกาลวันหยุดและปีใหม่ที่ผ่านมา ทีมงาน เอ็กซ์-ฟอร์ซ ของไอบีเอ็ม คาดว่าจะมีการส่งอีเมล "สวัสดีปีใหม่" ที่มีโค้ดแปลกปลอมให้แก่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอยู่มากมาย ดังนั้นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจึงควรระมัดระวังการเปิดอีเมลที่ไม่น่าไว้วางใจ

2. หัวข้อใหม่ทางด้านฟิชชิ่ง (Phishing) : "การควบรวมกิจการของธนาคาร" ในขณะที่ธนาคารหลายๆ แห่งกำลังประสบปัญหาจนต้องควบรวมกิจการกับสถาบันการเงินอื่นๆ ทีมงาน เอ็กซ์-ฟอร์ซ เชื่อว่าอาชญากรจะใช้ประโยชน์จากความเชื่อมั่นที่สั่นคลอนของผู้บริโภคใน ธุรกิจธนาคารเพื่อทำการโจมตีแบบฟิชชิ่ง (Phishing) ระลอกใหม่ โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลอกลวงให้ลูกค้าธนาคารเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัญชี และรหัสผ่าน เป็นต้น

3. พอร์ทัลออนไลน์ (Online Portal) ปลอม ในช่วงที่มีการจับจ่ายซื้อของออนไลน์สำหรับช่วงวันหยุดและเทศกาลปีใหม่ หน่วยงานรักษาความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตของไอบีเอ็ม (ISS) คาดว่า ขบวนการฟิชชิ่งจะนำเสนอพอร์ทัลปลอมสำหรับการสั่งซื้อสินค้าแบรนด์ดังผ่านทาง ระบบออนไลน์ โดยมีจุดประสงค์เพื่อขโมยข้อมูลบัตรเครดิต นอกจากนี้จะมีการโปรโมตเว็บไซต์ต้มตุ๋นเหล่านี้ผ่านทางอีเมล พร้อมทั้งข้อเสนอส่วนลดที่ดึงดูดใจ เช่น กิจกรรม "ลดล้างสต๊อก" เป็นต้น

4. ของเล่นและอุปกรณ์ที่มีโค้ดแปลกปลอม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ในแต่ละปี มักจะมีการมอบของขวัญพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แก่กัน เช่น สมาร์ทโฟน และดีวีดีแบบเล่นอัตโนมัติ เป็นต้น จากผลการวิจัยที่ผ่านมาของทีมงาน เอ็กซ์-ฟอร์ซของไอบีเอ็ม เผยให้เห็นว่า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์บางอย่างอาจมีการติดตั้งมัลแวร์เอาไว้ ซึ่งอาชญากรในโลกไซเบอร์อาจจะใช้เป็นช่องทางในการแทรกซึมเข้าสู่เครือข่าย ขององค์กรได้

5. การท่องเว็บกลายเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงในช่วงปีที่ผ่านมา อาชญากรในโลกไซเบอร์ได้พยายามปรับเปลี่ยนเว็บไซต์สาธารณะหลายแห่ง และทำการซ่อนลิงก์แปลกปลอมไว้บนเว็บไซต์เหล่านั้น เมื่อผู้ใช้เข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เหล่านี้ ลิงก์ที่ซ่อนอยู่ก็จะใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนของเว็บเบราว์เซอร์ และติดตั้งมัลแวร์ที่จะดึงเอาข้อมูลลับของผู้ใช้หรือข้อมูลองค์กรมาเพื่อ ประโยชน์ในทางมิชอบได้อีกด้วย

10 ภัยร้ายออนไลน์

นัก วิจัยด้านภัยคุกคามข้อมูลขั้นสูงของบริษัท เทรนด์ ไมโคร คาดว่าเหล่าอาชญากรคอมพิวเตอร์ ใช้เทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จากที่คาดกันว่าจะมีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มสูงขึ้นเพื่อค้นหา และสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ โดยมี 10 อันดับภัยคุกคามข้อมูลออนไลน์ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวต้อนรับปีใหม่ ได้แก่

อันดับ 10 ภัยลวงนักล่าของถูก:อาชญากรคอมพิวเตอร์จะใช้ส่วนลดและโปรโมชั่นเพื่อหลอกล่อ เหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตราย หรือป้อนข้อมูลที่เป็นความลับของตนลงในไซต์หลอกลวง โดยทั่วไปแล้วผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ล่อเหยื่อจะเป็นสินค้ายอดนิยมและสินค้าขาย ดี ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้อดใจไม่ได้ที่จะคลิกลิงก์ที่ปรากฏ

อันดับ 9 ไซต์การกุศลจอมปลอม: เฮอริเคนแคทรีนาและกุสตาฟ เหตุการณ์แผ่นดินไหวในจีน ไฟป่าในแคลิฟอร์เนีย ภัยพิบัติเหล่านี้ล้วนถูกอาชญากรคอมพิวเตอร์นำมาใช้ประโยชน์เพื่อหลอกลวงและ วัตถุประสงค์อื่นๆ นอกจากนี้เทศกาลวันหยุดก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้ใช้ออนไลน์ส่วนใหญ่เกิดความ รู้สึก "อยากทำบุญและต้องการบริจาค" อยู่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับอาชญากรคอมพิวเตอร์ที่จะบรรลุตาม แผนการที่วางไว้ นอกจากผู้ใช้ใจบุญซึ่งตอบกลับข้อความอีเมลลวงหรือเว็บไซต์จะไม่ได้ให้ความ ช่วยเหลือแก่ผู้ใดแล้ว ยังจะต้องสูญเสียเงินหรือข้อมูลที่เป็นความลับไปแทนอีกด้วย

อันดับ 8 บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ (อี-การ์ด) ที่นำมาซึ่งข่าวร้าย: อาชญากรคอมพิวเตอร์มักจะใช้บัตรอวยพรอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีการ์ดเพื่อล่อลวงเหยื่อให้คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายในข้อความสแปม และนั่นอาจทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ของเหยื่อตกอยู่ในอันตรายได้ การโจมตีชนิดนี้มักจะใช้ประโยชน์ของเทศกาลวันหยุด เนื่องจากผู้ใช้มักจะส่งอีการ์ดให้แก่กันและกัน ซึ่งหลายคนมักจะคาดว่าอีการ์ดที่ได้รับนั้นอาจมาจากเพื่อนหรือเครือญาติ

อันดับ 7 โฆษณามัลแวร์ (Malvertisements): อาชญากรคอมพิวเตอร์จะใช้โฆษณาและโปรโมชั่นที่เป็นอันตราย (ดูเหมือนเป็นโฆษณาปรกติ) เพื่อแจกจ่ายมัลแวร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ด้วยว่าสนใจในโฆษณาที่เห็นหรือไม่ จะเห็นได้ว่าโฆษณาที่แสดงในเว็บไซต์ที่มีการเข้าชมสูงมักจะถูกใช้เพื่อ กระตุ้นให้มีการดาวน์โหลดมัลแวร์ โดยเว็บไซต์ยอดนิยม เช่น Google, Expedia.com, Rhapsody.com, Blick.com และแม้แต่ MySpace ก็มักถูกใช้เป็นที่แอบแฝงของโฆษณาแบนเนอร์ที่เป็นอันตรายโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้มีการคลิกมัลแวร์เพื่อดาวน์โหลดลงในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้ ดังนั้นจึงแสดงให้เห็นว่าโฆษณาที่เป็นอันตรายเหล่านี้สามารถถูกฝังตัวไว้ใน ที่ใดก็ได้

อันดับ 6 ผลของการค้นหาข้อมูล (ที่แฝงภัยร้าย) ช่วงคริสต์มาสในปีที่ผ่านมา: ผลของการค้นหาคำตอบสำหรับข้อมูลที่ต้องการถูกใช้เป็นกลอุบายของมัลแวร์ โดยผู้เขียนมัลแวร์มักจะใช้เทศกาลต่างๆ เป็นตัวกำหนดว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมักจะเลือกใช้คำค้นหาคำใดที่จะนำไปสู่ ผลลัพธ์ที่เป็นอันตรายของตนได้ ในปี 2550 ผลของการค้นหาคำว่า "Christmas gift shopping" ถูกพบว่านำไปสู่มัลแวร์หลากหลายชนิดที่เป็นอันตราย และเมื่อเร็วๆ นี้ ผลของการค้นหาคำว่า "Halloween costumes" ถูกพบว่าเป็นกลลวงที่แอบซ่อนภัยร้ายมัลแวร์ไว้ด้วยเช่นกัน

อันดับ 5 เว็บไซต์ (ลวง) ยอดนิยมที่มีคนเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก: อาชญากรคอมพิวเตอร์จะเลือกเว็บไซต์เป้าหมายซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่ได้รับความ นิยมและมีการคลิกเข้าเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงวันหยุดเทศกาลสำคัญๆ ซึ่งผู้ซื้อสินค้าออนไลน์ทั้งหลายมักจะมุ่งตรงไปยังร้านค้าออนไลน์ เว็บไซต์ประมูล หรือเว็บไซต์อี-คอมเมิร์ซ

อันดับ 4 กับดักข้อมูลส่วนบุคคลในรูปบัตรของขวัญและโปรโมชั่น: ผู้ใช้ที่ชอบค้นหาของฟรีหรือโปรโมชั่นพิเศษบนเว็บเสี่ยงต่อการถูกโจมตีใน ลักษณะนี้ได้ เนื่องจากสิ่งที่ดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายนี้มักจะถูกใช้เพื่อรวบรวมข้อมูล ส่วนบุคคลของคุณได้ โดยของรางวัล บัตรของขวัญ หรือแม้แต่เงินสดมักจะถูกใช้เพื่อล่อเหยื่อให้กรอกแบบสำรวจปลอม โดยที่เหยื่อจะไม่ทราบว่านั่นคือ ฟิชชิ่งไซต์ และเป็นส่วนหนึ่งของแผนการขโมยข้อมูลส่วนตัวที่เป็นความลับ

อันดับ 3 อี-คอมเมิร์ซฟิชชิ่ง: โดยปรกติอาชญากรคอมพิวเตอร์จะใช้วิธีล่อลวงเหยื่อ (ฟิชชิ่ง) ด้วยข้อความอีเมลที่มาจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ แต่ว่าจริงๆ แล้วคือลิงก์ที่เป็นอันตราย จากนั้นลิงก์ดังกล่าวจะนำผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์ลวงที่ดูเหมือนเว็บไซต์ ปรกติทั่วไป ตัวอย่างเช่น เว็บไซต์อีเบย์ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นร้านค้าปลีกออนไลน์ที่ได้รับ ความนิยมสูงสุด และยังเป็นเว็บไซต์ที่ถูกเหล่าอาชญากรคอมพิวเตอร์เลือกเป็นไซต์ฟิชชิ่งสูง ที่สุดด้วย และเป็นส่วนหนึ่งของกลอุบายที่จะขโมยข้อมูลส่วนตัว

อันดับ 2 โทรจันที่มาพร้อมใบเสร็จจากผู้จัดส่งสินค้า (ปลอม): ข้อความต่างๆ จากผู้จัดส่งสินค้ายอดนิยม ซึ่งแจ้งว่าไม่สามารถส่งมอบของให้ผู้รับได้ ดังนั้นผู้รับข้อความจำเป็นต้องเรียกข้อมูลหรือไฟล์แนบท้ายที่มีลักษณะ เหมือนใบเสร็จรับเงินขึ้นมาดู แต่จริงๆ แล้วเป็นสแปมที่จะล่อลวงผู้ใช้ให้ติดตั้งโทรจันลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ ปัญหาดังกล่าวค่อนข้างแยกแยะลำบากสำหรับนักชอปออนไลน์ ซึ่งกำลังรอสินค้าที่พวกเขาสั่งซื้อในช่วงเทศกาลปีใหม่

อันดับ 1 ใบแจ้งราคาสินค้า (ปลอม): ใบแจ้งราคาสินค้าปลอมที่ส่งมาทางอีเมลอาจจะแฝงภัยร้ายมัลแวร์ไว้ เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์หรือคลิกลิงก์ที่ได้รับ ผู้ใช้ก็จะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัวทันที ยิ่งไปกว่านั้นผู้ใช้ที่ไม่ใช่นักชอปออนไลน์ที่ได้รับข้อความในลักษณะนี้ และแน่ใจว่าไม่ได้ทำการสั่งซื้อสินค้าใดๆ ตามที่กล่าวอ้างในข้อความ ก็อาจสงสัยและเปิดไฟล์แนบท้ายได้เช่นกัน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตหรือนักชอปออนไลน์ทั้งหลายจึงจำเป็นต้องระมัดระวังและ คำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่กำลัง จะมาถึงนี้